2005/May/26

เชี่ย !! เน็ตเป็นไรวะ กุ อัพ 4 ครั้ง แมร่งเออเร่อ ทุกครั้ง เด๋วกุทุบทิ้งแม่งเรยแสดเอ้ย

อ่า ....- -"

หวัดดีคับ พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่รักแระเคารพ

กระผม ขอประทานอภัยที่ทำให้ทั่นต้องตกใจ เนื่องจากมีสัดป่า

หลุดมาเที่ยวที่บล๊อคของผม ขอโทดคับ เหะ ๆ

แปลกใจป่าว ทำไมเราพูดคับ

ก็ตอนนี้เรา มันเกิดอาการเอ๋อไง

บ้าบอ เอ๋อ ติงต๊อง แระอยุ่ในอาการงอนใครบางคน

ทั้ง ๆ ที่ปรับตัวเองได้แร้วว่าจะไม่พูดไรแบบนี้ แต่ก็พูดจนได้

กุอยากพูดมีไรมั้ย

เพราะมี คุณ เราถึงไม่พูดแบบนี้ไง แต่ตอนมะรู้แร้ว

จะพูดในสิ่งที่อยากพูด ตอนนี้งอน งอน งอน ไอ้บ้าตัว 1

ไอ้ลิงบ้า กุงอน มันยังไม่รู้ตัว งอน งอน ๆ ๆ

งอนแร้วกุได้ไร แม่งไม่สนใจกุหรอก

เจอหน้า แม่งไม่ทักกุ ก็น้อยใจนะ

เจอหน้ากุก็ตังใจ ทักทาย อยากจะพูดว่า ที่ร๊ากกก ~~!! หวัดดีค่ะคิดถึงจัง

แต่คำพูดนี้กุก็หายเรย แม่ง ไม่ทักตอบ

แถมยังมาดุ ๆ กุด้วย กุน้อยใจนะ

กุน้อยใจ แม่งก็ไม่รู้เรื่อง ง้อหน่อยก็ไม่ได้ ที่กุงอน มันสั่งสมมานานแร้วนะ

จะลากลับบ้าน แม่งก็ไม่เห็นบอกกุเรย เดี๋ยวนี้ ว่า

"ฝันดีจ้ะ กลับดี ๆ นะ "

ทั้ง ๆ ที่กุรอฟัง

แต่ก็นะ คงจะไม่สนใจแบบที่ว่าจิง ๆ สินะ

กุมีประโยชน์ด้วยก็แค่ตอนวอ ใช่มะ

เออ มาวอให้ก็ได้ ถ้ากุมีประโยชน์แค่นั้น กุวอให้ก็ได้ !!

กุมะอยากได้ยินก็ได้ไอ้คำ 2 คำนี้ ไม่ต้องพูดก็ได้ !!

หวังไปทำไมวะ กุหวังไร

กุไม่ได้หวังเรย

กุจะปล่อยวางแร้ว

แต่กุอยากระบาย

ไรวะ .....ถ้ามีประโยนช์แค่นี้ก็บอกเดะ เด๋วจะจัดให้

หรือเอาไอดีไปให้ใครก็ได้

กุไม่อยากเล่นแล้ว กุเล่นแร้วกุไม่มีความสุข

ความสุขกุหายไปเพราะแม่งไม่ค่อยพูดกะกุ

ก็มันก็แค่อี บ้าเท่านั้นเหละ

คิดว่าอีกไม่นาน เราจะเอา คำที่พวก เพื่อน ๆให้คำปรึกษาไปพูดซะที

คงต้องพูด แต่ไม่ได้พูดเองหรอก

อยากส่งให้เป็นอีเมลมากกว่า

เพราะถ้าโทรไป ก็กลัวว่าจะไปกวน

เราไม่อยากกวน ทั้ง ๆ ที่เราอยากโทรหามาก ๆ

อยากได้ยินเสียงจะตาย

แต่ตอนโทรไป ก็ยุ่งทุกที แร้วก็ชอบทำเสียงง่วง

คงไม่อยากคุยกะกุมั้ง กุเรยไม่กล้าโทร

วันนี้วันไหว้ครู กุก็ว่าจะโทรหาหลาย ๆ รอบ เพราะกุว่างมากมาย

กุทั้งเบื่อทั้งเซ็ง อยากได้ยินเสียง แต่ก็ไม่กล้า

กุกัว กุขี้ขลาด กุไม่กล้าทำในสิ่งที่กล้าทำ

เขาเขียนในเอ็มว่า ความรักมันก็เหมือนวิทยุ ต้องมีจูนกันบ้าง

ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา (มั่งสมองกุปลากทอง จำได้แค่เนียะ)

แต่ ลูกข่ายแบบกุเนี่ยะ พยายามแร้วที่จะจูน กุพยายามพูดกะเขาให้มากขึ้น

หลังจากอยู่ในอาการ เอ๋อ กุเอ๋อนะช่วงที่แร้ว หลังจากตอนที่ เขาบอกว่า

กุกะเขาหน่ะเป็นเพื่อน กันดีกว่า

(แต่ยังไม่ได้บอกเลิกกันเป็นกิจลักษณะ เพราะกุบอกว่ากุรักเขา เขาเรยไม่ได้พูดไร)

บอกตรง ๆ หลังจากช่วงนั้นกุเอ๋อแดกไปนานเรย

ช่วงนี้เพิ่งจะฟื้นตัว พยายามแร้วที่จะโทรหา แต่ก็นะ

ความกล้ากุหาย กุไม่กล้า อีกแร้ว ก็เพราะที่บอกเหละ กลับไปอ่านข้างบนคับทั่น

กุสมองปลาทองจำไม่ได้

เอาเหอะ ยังไงกุก็รัก ก็ห่วงเขาต่อไป อยากไปหวังไรมากเรย

บอกกะตัวเองแบบนี้ ชีวิตกุจะได้เป็นสุข

อ้าวกุรู้งี้ แร้วกุงอนไร ไอ้ลิงบ้านั่นวะ !!

(ท๊อปเค้าขอโทษนะ ที่เติมคำว่าไอ้ แต่มันรมไม่จอยนี่ โทษละกัน)

เลิกได้แร้ว อิบ้าเริกงอนได้แร้ว

เอาเอาเข้าไปทะเลอะกันซะเองจิตใจของกุ เวงว้อย

(ไอ้แม็คไอ้บ้า มากวนไรกุวะ แง่มๆ เด๋วแม่เตะเปรี้ยงไห้ : ขอแอบด่ามันลงไดหน่อยเหอะ

มันชอบมาว่ากุขีเหร่ มาว่ากุเอ๋อ กุหมั่นไส้มันว้อย รมณ์ไม่จอยนะไอ้เชียะ !! )

อีกไม่นาน เราจะเอาที่เพื่อน ๆให้คำแนะนำไป ลองคุยกะเขาสักที

แต่เราไม่กล้าคุยตง ๆ อ่ะ เอาเป็นว่า เรา จะ บอกเขาตงนี้ก็แร้วกัน

ถ้าเขามาอ่านคงรุ้เรื่อง แต่ กุว่าคงไม่มาอ่านหรอกหว่ะ

เพราะเขาไม่ได้สนใจกุ T^T

ไปก่อนดีกว่าเปลี่ยนใจ มะอยากให้เพื่อน ๆ อ่านแร้วไปล้อ

แอ๊ป เหมี่ยว หญิง เจี๊ยบ นัท

เราชอบพวกเทอมากเรยอ่า

วันนี้ไปกินส้มตำบ้านพวก เทอแร้วหนุกมาก

เรามะเคยหนุกเท่านี้เรย

เราอยากมีเพื่อน ๆน่ารัก ๆ แบบพวกเทอ

ตลอดไปได้มั้ย

เราอยากมีจิง ๆ ขอเป็นเพื่อนร่วมกล่มอีกคนได้มั้ย

แอ๊ป 1 เดือนจากนี้ไปเราจะเก็บตั้งซื้อ ของที่เราบอกขอให้แอ๊ป พาเราไปซื้อนะ

สัญญาเปงสัญญาด้วยล่ะ

รักนะเพื่อน ๆ

2005/May/20

Summer ความมหัสจรรย์อันแสนเศร้า


จดหมายฉบับแล้วฉบับเล่าถูกส่งไปหาเอแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เช่นเดิมยังไม่มีจดหมายตอบ
เช่นเคยจนเวลาผ่านไปเป็นเวลาหลายดเดือนแล้วก็ตาม
ปิดเทอมคราวนี้ชั้นจะไม่นอนกร่อยอยู่ที่บ้านแล้วล่ะชั้นตัดสินใจ

ว่าจะไปหาเอที่โคราช
ประจวบเหมาะกับที่ย่าของชั้นมาเที่ยวที่กรุงเทพพอดี

ชั้นจึงขอติดรถไปโคราชกับย่าด้วย
ชั้นอยู่กับย่าเป็นเวลา 1 วัน ก่อนที่จะขอ
อณุญาติย่าไปหายายที่ชาญเมืองแต่ชั้นไม่ได้

คิดถึงยายเลยแม้แต่น้อย (หลานอกตัญญู)
ชั้นคิดถึงเอและเป็นห่วงมากและคิดว่า

ถ้าไปถึงจะกอดให้หายคิดถึงเลยล่ะ
กว่าจะถึงชาญเมืองมันก็ปาเข้าไปบ่ายสี่โมงกว่าแล้ว

ก่อนที่รถจะถึงหน้าหมู่บ้านชั้นก็
ชะโงกหัวไปดูทางปรากฎว่าเอนั่งอยู่ที่ศาลารอรถอยู่พอดี

เมื่อชั้นเห็นเอชั้นดีใจมากเชียวล่ะพอลงรถ
ไปเอก็วิ่งเข้ามากอดชั้นทันทีเลย

เรากอดกันนานมากเอบอกว่าเขารอเรามาตลอดเลยล่ะและบอก
ว่ารอนานมากเลย ซึ่งเราก็นึกแปลกใจระคนน้อยใจอยู่ทีเดียว

ปากบอกว่าคิดถึงบอกว่ารอ แต่ทำไม
จดหมายถึงไม่ยอมเขียนหาเราซักฉบับ

แต่แล้วอยู่ ๆ เอก็ฉุดให้เราวิ่งบอกว่าจะให้เราไปดูอะไรบาง
อย่าง เราก็บอกว่าอย่าวิ่ง ๆ หัวใจยิ่งแย่ ๆ อยู่ แต่

เอเพียงแค่หันมายิ้มแล้วยังวิ่งนำชั้นอยู่ดี เมื่อเห็น
แบบนี้ชั้นก็เบาใจที่เห็นเอแข็งแรงแบบนี้

ในตอนนี้รู้สึกว่าเอจะมีสีหน้าอิ่มเอิบมากกว่าตอนที่เราจาก
กันเสียอีก เอพาชั้นมาที่ท้ายสวนของบ้านเอ

มันเป็นสวนดอกมะลิตรงกลางสวนเป็นสระน้ำใส
รอบ ๆ สระเป็นแปลงมะลิที่สวยมากชั้นชอบมากเลยล่ะ

และเอก็เช่นกันเอบอกว่า เค้าตั้งใจปลูกมา
ตั้งนานแล้วปลูกไว้กะว่าถ้าเรามาที่นี่เมื่อไร่จะพามาดู

และในตอนนี้เราก็มาแล้ว เราสองคนคุยกัน
นานมากคุยในหลาย ๆ เรื่อง

รวมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่เอไม่ได้ตอบจดหมายเราด้วย

เอบอกว่าเอไม่ได้รับจดหมายจากเราเลยทั้ง ๆ

ที่เราเขียนไปตั้งเยอะเนี่ยนะ

แต่ช่างเถอะไหน ๆ เราก็ได้มาเจอกัน
แล้วนี่เนอะ ในตอนนั้นชั้นได้ในอัลบั้มภาพของชั้นในช่วง

1 ปี ที่ชั้นอยู่ ม. 1 มันมีทั้งรูปชั้นและรูป
เพื่อนใหม่อีกมากมาย
แต่แล้วอยู่ ๆ เอก็พูดอะไรแปลก ๆ ออกมา

เอบอกว่าถ้าเอไม่อยู่บนโลกนี้แล้วเราจะ
เสียใจมั้ย ถ้าไม่มีเอเราจะอยู่ได้หรือเปล่า

ซึ่งคำถามนี้ก็ทำเอาเราอึ้งไปพักใหญ่ แต่เราก็บอกว่า
เราคงอยู่ไม่ได้มั้งถ้าเอไม่อยู่เราจะระบายปัญหากับใครล่ะ

ถ้าเอไม่อยู่ใครจะปลอบใจตอนเราเศร้า
ซึ่งเอก็ได้แต่เพียงส่ายหน้า

ทำไมนะแค่เราไม่ได้เจอหน้าเพื่อนคนนี้แค่ 4 -5 ปี เพื่อนคนนี้ดูเป็นผู้
ใหญ่ขึ้นมาก เอบอกว่าถ้าเอไม่อยู่แล้วออยต้องมีชีวิตในส่วนของเอนะ

ต้องทำให้ตัวเองมีความสุข
มากที่สุด ซึ่งเราก็รับปาก

ในตอนนี้เอพูดแปลกแปลกมากเรา

บอกว่าเอต้องไม่เป็นอะไรเอต้องมี
ชีวิตไปอีกนานแน่ ๆ

ก็ตอนนี้เอดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเลยนะ
แต่แล้วจู่ ๆ เอก็โอบชั้นจากด้านหลังและพูดว่า.

คำพูดนั้นชั้นยังจำได้ไม่เลือนลาง
แต่แล้วจู่ ๆ เอก็หายไปเอหายไปไหนไวมาก ๆ

ตอนนั้นชั้นคิดว่าเอคงอยากจะเล่นซ่อนแอบ
เพราะตอนเด็ก ๆ เราชอบเล่นกันตอนใกล้ค่ำ

ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นเวลาผีตากผ้าอ้อมแล้ว

(ประมาณเกือบ 1 ทุ่ม) ชั้นหาเท่าไร่ก็หาไม่เจอ

ชั้นตะโกนเรียกก็ไม่ตอบจนชั้นลงความเห็นกับตัวเองว่า

เอคงกลับบ้าน แล้วกระมัง ชั้นจึงไปหาเอที่บ้าน.
ตะโกนก็แล้ว..เรียกเอก็แล้ว

เรียกย่าจันก็แล้วแต่ไม่มีใครตอบทำไมมันช่างเงียบเชียบ
ได้ขนาดนี้เอเป็นอะไรไปหรือเปล่าชั้นชักกังวนใจ

ตะโกนเสียงดังกว่าเดิม จนป้าข้างบ้านตะโกน
ออกมาว่าบ้านนี้ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว

ตอนนี้ทั้งงงทั้งอึ้ง ชั้นจึงถามว่าแล้วคนบ้านนี้เค้าย้ายไป
อยู่ไหนกันป้าแกก็บอกว่า...
บ้านหลังนี้ไม่มีใครอยุ่มานานแล้วตั้งแต่หลานบ้านนี้ตาย..

ยายก็แก่แล้วแกก็ไปอยู่
โรงพยาบาล.ในต้อนนั้นชั้นก็พยักหน้ารับรุ้
อะไรนะป้าหลานบ้านนี้ตาย!! หลานคนไหนป้าพูดดี ๆ นะ

ชั้นตะโกนถามเหมือนตะคอก
ป้าแกก็บอกว่าหลานบ้านนี้ที่ชื่อเอ

บอกว่าตายมาเป็นปีแล้ว ในตอนนั้นชั้นไม่เชื่อได้แต่ปิดหู
ไม่ฟังอะไรป้าแกก็บอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ให้ไปดูที่วัด

หรือถามยายจันก็ได้แกอยู่ที่โรงบาลจักราช
แต่ถามแกไปแกก็ไม่รู้เรื่องหรอกป้าแกว่ายังนั้น

ชั้นไม่เชื่อหรอกป้าอย่ามาตลกร้ายกับชั้น
ในตอนนั้นชั้นทั้งแสนสับสนและวุ่นวานใจ

ชั้นจึงรีบไปที่วัดตามที่ป้าข้างบ้านบอกจน
ไปถึงวัดจึงตรงดิ่งไปดูที่สถูปเจดีย์และป้ายกระดูดทุกป้าย

ชั้นไล่ดูทีละอัน ๆ มันจะเป็นไปได้ยังไง
ก็ในเมื่อ เมื่อกี้นี้ชั้นยังคุยยังเล่นกับเออยู่เลยบ้าน่ามันเป็นไปไม่ได้

ชั้นไล่ดูทีละป้าย ๆ จนมาสะดุด
ที่ป้ายสุดท้ายที่ชั้นเห็นมัน.

มันเป็นรูปของเอมันเป็นรูปของเอ.

ในตอนนี้น้ำตาของชั้นไหลคิด
ถึงเพื่อนรักเพื่อนที่เป็นที่รักของชั้น
จากคำบอกเล่าของย่าจันแกบอกว่าเอหัวใจวายตาย

แกบอกว่าเอชอบไปรถน้ำพรวน
ดินในสวนบอกว่า เออยากให้ชั้นเห็นดอกไม้ที่เขาปลูก

เอดูแลมันทุกวันดูแลอย่างดี จนวันหนึ่งจู่ ๆ
เอก็หัวใจวายตายตอนก่อนขึ้น ม. 1

ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่จดหมายของเอขาดหายไป
เอจะรู้มั้ยว่าตอนนี้เพื่อนคนนี้ทั้งคิดถึงทั้งเศร้าหน้าร้อนของทุก ๆ ปี

เพื่อนคนนี้ร้องให้ แต่ก็นึกคำของเพื่อนได้

ที่ให้ใช้ชีวิตในส่วนที่เธอไม่มีในส่วนที่เธอขาดหาย

แต่ก็อดคิดถึงคำสัญญา
เมื่อวันวานของเด็กน้อยอย่างเรา ๆ

ไม่ได้ที่บอกว่าเราจะอยู่ด้วยกัน

ที่บอกว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน

ที่บอกว่าจะมีเราตลอดไป ทำไม?

เพื่อนต้องผิดสัญญา

ชั้นยังจำได้ตอนที่ร้องให้เป็นวักเป็นเวนที่
เพื่อนจากไป ชั้นยังจำได้กับความมหัสจรรย์ที่เธอได้มอบไว้ให้

เป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย


ความมหัสจรรย์อันแสนเศร้า



2005/May/20

เราไม่ได้มาเขียนนานล๊ะเห็นทีจะดองนานไม่ได้แล้ว
ก็เลยเขียนซะยาวมันเป็นเรื่องที่สะเทีอนใจ
เรามาก ๆ ในหัวข้อนี่เกียวกับเพื่อน
ที่เรารักที่สุดของเราอยากให้พวกเทออ่าน และขอร้องนะ
ห้ามเม้นต์ก่อนอ่าน ต้องอ่านแล้วค่อยเม้นต์
และห้ามมั่วเข้าใจนะเพื่อน ๆวันสงการ์มันเริ่มจะ
ใกล้เข้ามาแล้วนะรู้ม๊ะเราหน่ะไม่ชอบฤดูร้อนเอาซะเลยล่ะ
แหมก็มันร้อนซะขนาดนี้ความจริง
เราชอบหน้าฝนที่สุดเลยเพราะมันเป็นฤดูที่ชุ่มฉ่ำ
แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบไปซะหมดหรอกนะ
เมื่อก่อนนี้เราชอบฤดูร้อนเอามาก ๆ
ก็เพราะเรากับเอหน่ะจะชอบหนีย่ากับยายออกไปเล่นน้ำ
ในนาหรือสระท้ายสวนแล้วชวนเพื่อน ๆ
อีกเยอะเยะไปหาปลากัน มันสนุกมากตามประสา
เด็กบ้านนอกคอกนาอย่างพวกเรา
และฤดูร้อนก็เป็นฤดูแห่งการลาจากของเรากับเอเดือน
มีนาคม พวกเราประถมปีที่3 แห่งโรงเรียนอำนวนศิลป์สารกิจ
จังหวัดนครราชสีมาได้
เริ่มสอบกัน
และเดือนนี้ก็มีจดหมายมาจากแม่ของเรา
เนื้อความไนจดหมายบอกว่า หลัง
สงการณ์จะมารับเราไปอยู่ด้วย
ซึ่งเราก็ไม่อยากไปเสียเท่าไร่เลย ก็บ้านที่สมุทรปราการ
มันแคบจะตายเคยไปอยู่กับแม่ตอนปิดบอมน่าเบื่อมาก
ปเล่นที่ไหนก็ไม่ได้เพื่อนก็ไม่มี
สู้อยู่ที่ซะยังดีกว่าวันสงการณ์วันนี้เราคิดว่า
เราจะต้องบอกให้เอรู้ให้ได้เพราะอีก 2 วันเรา
ก็ต้องไปที่อื่นแล้วที่ผ่าน ๆ
มาเราไม่กล้าบอกเอเลยเรากังวลเราไม่อยากจากเพื่อนที่แสนดี
ของเราไปอีกทั้งเอยังสุขภาพไม่ค่อยดีอีกด้วย
ก็เอหน่ะเป็นโรคหัวใจถ้าเราสุ่มสี่สุ่มห้าบอก
ไปจะทำให้หัวใจเอวายตายก็ได้ก็ความคิดเด็ก ๆ
ล่ะนะก็เราไม่อยากให้เพื่อนเราเป็นอะไร
ไปนี่นาทำไงได้ล่ะหลังจากที่เรากับเอกลับ
มาจากเล่นสงการณ์แล้วเอไม่สบายก็เราบอกแล้ว
ก็ไม่เชื่อว่าให้อยู่ในรถ ๆ ก็ยังจะออกมาเล่นน้ำกับพวกเราอีก
วันนั้นพวกเราเล่นน้ำกันด้วย
การหาตุ่มมาใส่น้ำแล้วเอาขึ้นรถปิคอัพ
ใส่ไปเล่นกันเพราะลุงชมพ่อของเพื่อนอีกคนเป็น
คนขันอาสาพาพวกเราไปทัวร์กันก็ไปแถวๆ
พิมายหล่ะนะส่วนเรากลับมาก็ดำปี๋เลยล่ะวัน
นี้เอไม่สบายเราเลยไม่ได้บอกกะว่าพรุ่งนี้จะไปบอกเอเขา
วันนั้นพอเราบอกเอแล้วเอตกใจ
มากเพราะเอก็คิดเหมือนเราเขาไม่อยากให้เราไป
แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะเราต้องไป วันรุ่ง
ขึ้นเอก็มาหาเราแต่เช้าที่บ้านของยายเรา
(เราอาศัยอยู่กับยาย)เอมาถึงก็กล่าวสวัสดีแม่เราที่
มาถึงเมื่อวานแล้วก็ลากเราออกไปเลยทั้ง ๆ
ที่เรากำลังจัดข้าวของเพื่อจะไปกับแม่ในวันพรุ่งนี้

........................................


เอพาเราไปที่ต่าง ๆ เอบอกว่าเอไม่อยากให้เราไปอยู่กับแม่
เราต้องอยู่กับเอส่วนเราก็บอกว่าไม่
ได้หรอกแต่เราก็อยากอยู่กับเอนะอยู่ ๆ เอก็พูดออกมาว่า
"งั้นเราหนีออกจากบ้านกันนะเราไปที่ ไกล ๆ
แม่จะได้ไม่เห็นพวกเราไงแม่ออยจะได้ไม่ต้องพาออยไปด้วย
ไปกันเถอะตอนนั้นเราไม่รู้
จะทำไงเราก็เลยบอกตกลง ความจริงก็ไม่ได้หนีไปไหน
ไกลนักหรอกแค่ไปท้ายนาเท่านั้นเอง
เอหอบขนมและข้าวมาเยอะแยะ
พวกเราไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจนลืมว่าพวกเรากำลังหนี
ออกจากบ้านอยู่จนแม่และย่าของเอตามมาพบแม่และย่าของเอดุพวกเราใหญ่
ว่าทำไมถึงเป็นเด็กที่เหลวไหลแบบนี้แม่และย่าของเอ
ลากพวกเรากลับบ้านไปในตอนเย็นของวันนั้นเอง
ตอนประมาณ 2 ทุ่มเอแอบออกมาจากบ้าน
มาเรียกเราออกไปข้างนอกเราก็ดุเอใหญ่ว่าออก
มาทำไมหัดห่วงร่างกายตัวเองซะบ้างเอก็บอกว่าจะ
มาชวนเราไปดูดาวเพราะที่บ้านนอกดาวจะ
เยอะมากโดยเฉพาะตอนประมาณ 2 ทุ่มถึงตี
5พวกเรานั่งดูดาวนั่งคุยกันเอบอกว่าเราต้องเขียน
จดหมายมาหาเอบ่อย ๆ นะ ห้ามขาดเลย
แล้วเอก็จะเขียนจดหมายตอบเหมือนกัน แล้ววันนี้เราก็
โพล่งออกมาว่า"งั้นพวกเรามาแลกของไว้ดูต่างหน้ากันเหอะ ดีมั้ย
"แต่เอบอกว่าเราจะแลกอะไร กันล่ะในเมื่อไม่ได้เอาอะไรมาเลย
ในตอนนั้นพวกเราก็ช่วยกันคิดใหญ่ว่าจะหาอะไรมาได้ทันใน
ตอนนี้อยู่ ๆ พวกเราก็พูดออกมาพร้อม ๆ กันว่า "ตุ้มหูไง"
แล้วเราก็แลกกันคนละข้างของเรามัน
เป็นตุ้มหูทองที่แม่ของเราซื้อให้ตอนเข้าป. 1
แต่ของเอมันเป็นของตกทอดมาจากแม่ที่ตายไป
ของเขาเชียวล่ะเราแลกกันแต่แลกแค่คนละข้างเท่านั้นจากนั้น
เช้าขึ้นมาเราก็เดินทางไปกับแม่
โดนที่เอมาส่งเราที่ทางออกรถของหมู่บ้าน
จากนั้นมาเรากับเอจะเขียนจดหมายหากันเสมอ ๆ
เราเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นเราพบมาและเอก็เช่นกัน
4 ปีให้หลังเรากับเอก็ยังเป็นเพื่อนกัน
อยู่เสมอเราเขียนจดหมายหากันจากที่เรานั้บ ๆ
ดูก็มีกว่า ร้อยฉบับเลยที่เดียวแต่น่าแปลกใจที่
พักหลังมานี้ในตอนที่เราอยู่ ม.1 มีจดหมายจากเอ
เพียง 2 ฉบับเท่านั้นแล้วก็ไม่มีส่งมาอีกเลย
แม้ว่าเราจะเพรียนส่งจดหมายไปหาเอครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม
เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้หรือเอเกลียดเราเสียแล้ว

To be con.....

ก็อยากจะเขียนให้จบหรอกนะว่าทำไมเอถึงทำกับเราอย่างนี้แต่ก็กลัวว่าเพื่อน ๆ
จะขี้เกียดอ่านก่อนที่มันจะจบนี่สิก็เลยก็ยกไปไว้ตอนหน้าก็แล้วกันเพราะตอนนี้
เราเองก็เมื่อยมือมากแล้วแถมยังคิดถึงเพื่อนคนนี้มากขึ้นซะด้วยสิ

Song : สัญญา